purilarp's profileJmoonPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
Jmoon
|
November 01 ทะเลยังสวยเหมือนเดิม ตอนเเรกตกลงกันไว้ได้ประมาณ20กว่าชีวิตว่าจะไปเที่ยวเกาะเสม็ดกัน ไปๆมาๆเหลือกันอยู่4คน โปส โมส เบล โดม ไม่เปนไร ไป4คนก็ได้ เเต่คงไปไม่ถึงเสม็ด โดมมี1500 โมสกะเบลมีคนละ500 โปสเป๋าหนักสุดมี5000ฝ่าๆ ไปหัวหินละกัน เเก้ขัดวุ้ย พวกเราไปขึ้นรถกันที่สถานีขนส่งสายใต้ ค่ารถจากกทม.ไปหัวหินก็คนละ171 มีพนักงานขับรถคนนึงมาทักพวกเราถามว่าจะไปป่าวรถจะออกเเล้วโดยไม่รู้จักกันเเละไม่บอกอีกว่าจะไปไหน โปสก็บอกไปว่า"ไม่คับ เด๋วผมไปคันนี้" มันหันหน้าไปเเละมาหาว่ากูกวนตีนเฉยเลย ไอเวรกูคนกรุงเทพนะเว้ย หน้าตาพวกกูยังทันสมัยกว่าเเม่งอีก คิดว่ากูเปนบ้านนอกหรือไงมาเรียกขึ้นรถจะไปไหนก็ไม่รู้ ไม่อยากมีเรื่องก่อนไปหรอกเด๋วลางไม่ดี นั่งรถตั้ง3ชั่วโมงครึ่งเเหนะกว่าจะถึงหัวหิน โมสกะเบลหลับเป็นตายเลยส่วนโดมนั่งคุยโทรศัพท์ไม่รู้เรื่อง โปสจะหลับซะหน่อยไอเบาะฝั่งตรงข้ามเเม่งมองอยู่ได้เลยไม่กล้าหลับเลย พะวงกลัวมันจะปล้นกู โดมกว่าจะวางหูโทรศัพท์ก็ถึงเพชรบุรีเข้าไปเเละ ที่หัวหินพวกเราพักโรงเเรมซึ่งอยู่ในซอยติดถนนใหญ่ เดินไปชายหาดก็นิดเดียวไม่กี่เมตร สภาพค่อนข้างดี มีเเอร์เเละเคเบิ้ลพร้อมคืนละ1100 กูออกคนเดียวเลย เพื่อนไม่มีตังกัน สงสัยจะถูกที่สุดเเละมั้ง เพราะริมหาดก็มีเเต่โรงเเรมห้าดาวที่นักธุรกิจส่วนใหญ่เค้ามาลงทุนกัน หัวหินเด๋วนี้เจริญไปมาก ตึกรามบ้านช่องห้างสรรพสินค้าเยอะเเยะ นี่มันเมืองกรุงดีดีนี่เอง เราเช่ามอเตอร์ไซด์2คันเพื่อที่จะได้ขับออกไปหาไรกินกันในตัวเมืองได้สะดวก ที่หัวหินน้ำสะอาดพอสมควร ทรายขาวจั๊ว มีม้า เเละผู้คนไม่ค่อยเจี๊ยวจ๊าวเท่าไหร่นัก นี่ถ้าเป็นเกาะนี่ตรงคอนเซ็ปเลยนะเนี่ย ตอนกลางคืนพวกเราไปหาของกินกันในตลาดโต้รุ่ง จิงๆไม่น่าชื่อนี้เลยนะ เพราะ4ทุ่มของกินก็เริ่มเก็บกันเกือบหมดเเละ มีนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพมาเที่ยวที่นี่กันเยอะในตอนกลางคืน สาวสวยเนี่ยเต็ม 4คนพากันอิ่มสายตากันไปตามๆกัน อ่อๆข้างของอาหารที่นี่เเพงเอาการเลยทีเดียวบางอย่างเเพง 2-3เท่าจากกรุงเทพเลย ขนาดหมูเเดดเดียวยังขีดนึงตั้ง70บาทเเหนะ ที่กรุงเทพเเค่25บาทเอง ไปๆมาๆเเทนที่จะได้กินอาหารทะเล 3วันได้กินเเต่ผัดพริกเเกงเหมือนตอนอยู่กรุงเทพเลย เราซื้อเหล้าเเละกับเเกล้มมากินกันในห้อง เเต่กินกัน3คน เบล โปส โมส เพราะโดมมันไม่กินมัวเเต่บ้าคุยโทรศัพท์ เเละก็ใช้เครื่องโปสโทรด้วย ก่อนไปเติมเงินไป300 สุดท้ายเหลือ0บาทมันยังบอกอีกว่าไม่ได้โทร ก็มีมันคนเดียวล่ะจะเป็นใคร กินเหล้ากะโมสกะเบลต้องตุกติกกะพวกมันหน่อย เพราะมัน2คนกินกันเก่ง โปสนานๆจะกินกันเป็นพิธี ต้องผสมเหล้านิดๆเเต่เน้นเป็ปซี่เยอะๆ จะได้นั่งกินกะพวกมันนานๆ เเต่สุดท้ายก็เมาอยู่ดีเพราะพอหมดกลมพวกมันออกไปซื้อมาอีกกลม เอาๆ3คน2กลมนี่ถือว่ากินกันหนักนะเนี่ย เมาเรื้อนละทีนี้ ไม่รู้พวกมันลากโปสขึ้นไปนอนบนที่นอนกันตอนไหน ตอนเช้าตื่นมา10โมง เฮ่ยไม่เช้าเเล้วนี่หว่า โมสกะเบลมันลุกไม่ขึ้น เหลือโปสกะโดมขับรถไปเขาตะเกียบกัน
เเต่โห เหนถนนเเละต้องท้อ ฝนตกถนนเฉอะเเฉะเเละยังมีเนินสูงๆอีกเเล้วจะขึ้นเขาตะเกียบได้ยังไงเนี่ย โปสเลยบอกโดมอัดเกียร์1เเน่นๆเลยเเล้วเลี้ยงเบรกไว้เเล้วเดี๋ยวโปสจะเป็นคนประคองข้างหลังไว้เอง เเหม กว่าจะถึงบนเขาเล่นเอารองเท้าหายไปหลายส่วนเลยนะเนี่ย ลิงเยอะชิบเป่ง เขาตะเกียบ มีเเม่ค้าตะโกนเรียกว่า"ให้อาหารลิงมั้ยหนู" โหป้าพวกผมกลัวลิงขี้หดตดหายอยู่นะ ถ้าให้อาหารพวกมันก็ต้องวิ่งลงมาจากไหนไม่รู้เป็นฝูงเลย น่ากลัวๆ จะขึ้นไปไหวพระข้างบนทีก็ต้องเดินขึ้นบันไดขึ้นไปอีก รู้สึกว่าโดมจะนับได้128ขั้น ไม่เเน่ใจ เเต่เเค่นี้ขาก็ตึงเเละล่ะ จากข้างบนมองเห็นหาดหัวหินทั้งหาดเลย สวยดี พอกลับถึงที่พักก็ปลุกโมสกะเบลเช็คเอ๊าออกเเละ เด๋วคืนนี้พวกเราจะไปหพักกันต่อที่ชะอํา พวกเรานั่งรถไฟจากหัวหินถึงชะอําเเค่20นาที ราคาก็คนละ6บาทเท่านั้น เเต่ถ้าเรานั่งเเท็กซี่จากหัวหินมาล่ะก็ ราคา350บาทซึ่งราคามันต่างกันลิบลับ อ่อๆเกือบลืม ที่นี่เค้าก็มีเเท็กซี่เหมือนในกรุงเทพเหมือนกันนะ เเต่เเท็กซี่ที่ว่านี่คือพวกรถกระบะ รถตู้ทั่วไปเเต่มีป้ายติดหน้ารถว่ารถเเท็กซี่รับบริการ เอาๆ ตอนเเรกก็งงไปพักนึง นี่มันรถกระบะทํามัยถึงเรียกเเท็กซี่วะ พนักงานขับรถที่มาส่งพวกเราที่สถานีรถไฟบอกพวกเราว่าก่อนที่เราจะมาซักพัก มีฝรั่งขับมอเตอร์ไซด์เล่นเเละคว่ำตายที่หัวหิน ซึ่งฝรั่งที่ว่ามันพักอยู่ห้องที่พวกเรามาพักกันนี่เอง โอ้ ตกใจนะเพ่ เเต่มัยเพิ่งมาบอก มาถึงชะอําพวกเราเข้าพักกันที่ห้องพักลุงเเซม 4คนคืนละ600หารกัน ห้องอาจไม่ดีเท่าที่หัวหินเเต่ก็พอพักได้ ที่ชะอําวันนี้คนไม่ค่อยเยอะเเละเพราะอยู่ในช่วงเปิดเทอมกัน เพื่อนๆคงไปรรกันหมดเเละ เเต่เรา4คนขอเที่ยวกันก่อน เปิดเทอมวันเเรกไม่ไปคงไม่เป็นไรเน้อออ เวลาส่วนใหญ่ที่นี่พวกเรานั่งกันอยู่ริมหาด นั่งกินเหล้า(อีกเเล้ว)วันนี้กิน3กลมเเต่4คนกินกันหมด อาหารทะเลนิดๆหน่อยๆเพราะมันเเพง ปวดฉี่ก็เดินลงทะเล กว่าจะเข้าห้องพักก็เกือบตี2 ไม่รู้นั่งกันได้ยังไงตั้งเเต่บ่าย3โมง ที่นี่ทะเลเเปล็กเเปลก ตอนกลางวันน้ำมันไม่ลง ปกติตอนกลางวันน้ำต้องลงสิ เเม่ค้าเเถวนั้นบอกว่าช่วงนี้น้ำมันตาย ไม่ขึ้นไม่ลง เเต่ที่เเปลกกว่านั้น คือตอนกลางคืนน้ำมันลงนี่สิ ไม่เคยพบไม่เคยเห็น ปกติกลางคืนน้ำจะขึ้นมาถึงริมหาดที่เรานั่งเเต่นี่พอปวดฉี่ต้องเดินลงไปไกลหลายเมตรเลย มาทะเลนี่ก็ดีเหมือนกัน มากะเพื่อนหนุกดี มาน้อยก็ไม่วุ่นวาย
มาเยอะคงหมดตังเยอะกว่านี้เเน่นอน กลับกรุงเทพไปคงต้องเดินทวงหนี้เหนื่อยเเน่เลย....อิอิ July 15 อุ๊ย!วันเกิด ขอบคุณจริงๆ นานเเล้วสินะที่ไม่ได้จัดงานวันเกิด ปีนี้วิเศษที่สุด ที่ได้จัดพร้อมเเม่ โปสเกิด12 เเม่เกิด14 เดือนกรกฎาคม ปีนี้รู้สึกทุกคนให้ความสําคัญกับโปสมากจัง ตื้นตันใจจังเลยอะ ทุกคนให้ความสุขกับโปสมาก นานเเล้วนะที่ไม่ได้รู้สึกดีขนาดนี้ วันนี้เหมือนเป็นวันของโปสเลย ขอบคุณสําหรับของขวัญของน้องๆที่มอบให้พี่โปส ทั้งปอ ปลื้ม ป็อป เเละก็น้องปกป้องตัวเเสบอุตส่าเอาของขวัญมาให้พี่โปสด้วย ขอบคุณซองตังวันเกิดที่ทุกคนให้มา อาม่า1000 อานุช1500 โกสุ500 โกลักษณ์800 ป้าร้านเกมส์500 เเม่ด้ง1000 ความจิงไม่ต้องให้ก็ได้ครับ เเค่ทุกคนมาก็ดีใจเเล้ว ขอบคุณสําหรับเค้กวันเกิดรูปซูเปอร์เเมนของอานุชที่มอบให้ อาม่าบอกว่าให้โปสเปรียบเป็นซูปเปอร์เเมนที่คอยพิทักษ์ความสงบให้เเก่ทุกคน เหอะๆ ขอบคุณครับ ขอบคุณเค้กวันเกิดรสบลูเบอรี่ของลุงเอี๋ยวที่ฝากวินมอเตอร์ไซด์มาให้ที่บ้าน เซอร์ไพร้ที่สุด ยังไม่ลืมที่จะขอบคุณเจ้สาวเเสนสวยที่ส่งข้อความมาอวยพรน้องชายคนนี้ ว่าขอให้มีสาวมารักมาหลงเยอะๆ ขอบคุณอีกทีครับ ถ้าคําอวยพรเจ้เป็นจริงนะ เด๋วโปสพาเจ้ไปเลี้ยงโออิชิเลยนะ ...อันเเน่!...น้ำลายไหลเลยดิ555+ ขอบคุณสําหรับบทเพลงที่อาม่ามอบให้ 30ยังเเจ๋วกับจะขอก็รีบขอ
ฟังกี่ทีก็เพราะเหมือนเดิม รวมไปถึงบทเพลงที่เพื่อนๆมอบให้อาทิ คนล่าฝัน งมงายเเละอีกหลายเพลงที่จําไม่ได้ น้องปิ่นก็น่ารักที่สุดเลยนะวันนี้ เป็นเเดนเซอร์ให้ทุกโต๊ะเลย ปอกับปลื้มก็ร้ายกาจดีนะ กระดกสปายที่นึงสี่ห้าขวดเลย เบาๆหน่อยนะน้องนะ
วันนี้โปสร้องเพลงเพี้ยนมากเลย อยู่บ้านฝึกทั้งอาทิตย์เลยนะเนี่ย สงสัยเป็นเพราะฤทธิ์เหล้านะที่ทําให้คุมเสียงไม่ได้ จิบอกว่าไม่เคยเห็นโปสร้องหลุดเยอะขนาดนี้เลยนะเนี่ย วันนี้ดื่มกันหนักมากเลย กนิกกนันไม่เคยดื่มมาก่อนก็ดื่มซะจนเเทบกลับบ้านไม่ถูกเลย เพื่อนหอยเคยคออ่อนยังไงก็เหมือนเดิม วันนี้ก็ยังเรื้อนอยู่ไม่เคยเปลี่ยน เพื่อนจิกับเพื่อนนิกร้องเพลงเพราะมาก ขอบอก เพลงงมงายน่ะ เพื่อนโดมก็ใช่ย่อย วันนี้เสียงดีกว่าโปสอีกนะ มัยก่อนหน้านี้ร้องไม่ได้เรื่องเลยวะ เเต่วันนี้ร้องดีจริงๆ ยอมรับ ชอบเพลงที่เราร้องคู่กันนะ เพลง"ใคร"ของบอยเเละ"หัวใจผูกกัน"ที่อยากจะมอบให้เพื่อนๆทุกคนที่อยากให้จําเพลงนี้ไว้ก่อนเราจะจากกันในวันข้างหน้าหลังจบ ม6 ยังไงหัวใจเราก็ผูกกันเสมอนะจําไว้ จบไปก็อย่าลืมติดต่อหากันเสมอนะ
โต๊ะของเราใหญ่ใหญ่ที่สุดในร้านเลยนิ เป็นโต๊ะที่ยาวมาก เราคุยกันว่าค่าอาหารหมื่นนึงจะอยู่มั้ยเนี่ย เเต่ช่างเหอะ หมื่นนึงก็มีจ่ายเเลกกับความสุข กินกันให้เต็มที่เลย โปสกับเเม่ออกคนละครึ่งอยุ่เเล้ว ไม่ต้องห่วง
โปสมีเพลงที่มอบให้น้องปลั๊กที่วันนี้เเม้ไม่มีปลั๊กมาอยู่ด้วยเเต่ก็ยังคิดว่าปลั๊กยังอยู่กะพี่โปสเสมอ "เธอจะอยู่กับฉันตลออดไป"
เป็นบทเพลงที่ซ้อมมาเยอะที่สุด อาม่าชอบมากเลย ถึงเเม้เสียงร้องจะไม่เเน่นเหมือนตอนซ้อมเเต่ก็ทําให้ได้ความรู้สึกดีนะ วันนี้ร้องดีเเค่นี้เเหละ คิดถึงปลั๊กมากนะ น้องไปอยู่ที่ไหนมาหาพี่โปสมั่งสิ เมื่อก่อนตอนที่ผู้ใหญ่ไม่อยู่บ้าน ไปขายของกันที่หน้ารามเราก็อยู่ด้วยกัน2คนโดยมีอากงคอยดูเเล เเต่ตอนนี้ไม่มีอีกเเล้วนะ อากงกับปลั๊กได้จากพี่โปสไปเเล้ว เเต่จากไปเเค่ตัวนะ ก่อนหน้านี้พี่โปสกลัวมากเลยนะ ความตายน่ะ เเต่พอพี่โปสได้เสียปลั๊กไป ความตายก็ไม่ใช่เรื่องที่พี่โปสกลัวอีกต่อไปเเล้วล่ะ คนเราเกิดมามีชีวิตเดียวจะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้ มันเป็นสัจธรรมของชีวิตทุกชีวิต เมื่อวานมีสุขวันนี้ก็ทุกข์ซะเเละ มันเป็นอย่างนี้จริงๆ
ตอนนี้พี่โปสยังมีชีวิตอยู่ก็จะทําความดีสะสมไปเรื่อยนะปะปนกันไปกับกิเลสที่ทุกคนมี ยังไงก็จะดูเเลโกลักษณ์กะตั่วเตี๋ยให้นะ
พี่โปสคิดถึงน้องทุกวัน ทําดีที่สุดเเล้วนะวันนี้รวมถึงบทเพลงที่มอบให้เพื่อนคนหนึ่งที่สําคัญกว่าเพื่อนทุกคน ขอบคุณเพื่อนใจมากนะ โปสมอบเพลงนี้ให้ "คืนสุดท้าย"ซึ่งเป็นเพลงปิดในคืนนี้ ถึงเเม้เพื่อนใจของโปสคนนี้จะไม่ได้ยินนะ เเต่ก็ไม่เป็นไรก็อยากจะร้องให้อะ เธอคือเพื่อนใจที่โปสมอบให้เป็นเจ้าหญิงในใจโปสอยู่ตลอดเวลา......ก็คิดไปเองนะ....ไม่คิดมาก เป็นจินตนาการ
ของขวัญที่ดีสุดคงหนีไม่พ้นในวันที่12ที่เป็นวันเกิด ได้โทรศัพท์ไปคุยกับอ้อ ได้ยินคําอวยพรพร้อมเสียงหัวเราะของอ้อ นั่นล่ะ
รู้มั้ยว่าเป็นของขวัญที่มีค่าเหนือทุกความรู้สึกเลยนะ ได้ถามสารทุกข์สุขดิบว่าเป็นยังไงบ้างเราไม่ได้คุยกันนาน ก็เป็นห่วงนะที่อ้อบอกว่าเป็นโรคร้ายเเรงโรคนึง ที่ต้องคอยรักษาอยู่ตลอดเวลา อ้อไม่ยอมบอกโปสล่ะว่าเป็นโรคอะไร เป็นห่วงนะรู้มั้ยเนี่ย วันที่2สิงหานี้ก้จะครบ1ปีเเล้วนะที่เรารู้จักกัน อ้อจําไม่ได้หรอก มันเร็วมากเลยเนอะ เเสดงว่าโปสชอบอ้อมา1ปีเเล้วนะเนี่ย ตั้งเเต่วันนั้นโปสก้ยังไม่ชอบใครเลยอะ เพราะไรวะเนี่ย ไม่รู้อะ ยังไงก็หันมามองทางนี้มั่งดิ ผ่านมาทักกันบ้าง บางทีจะโทรไปหาก็อายนะรู้มั้ย เเปลกอีกเนอะกลัวโทรไปไม่ตรงเวลาอีกนั่นเเหละ Mizz uที่สุดเลยนะ
ขอบคุณสําหรับทุกความรู้สึก ขอบคุณทุกคนที่มาในวันนี้ อาม่า อานุช โกสุ อาหนุ่ม น้องๆทุกคน ปอ ปลื้ม ป็อป ปกป้องเเละน้องปิ่น อาม่าถามว่าไม่พาใครมาเปิดตัวบ้างหรอไง 55 "ไม่มีครับม่า โปสไม่มีครัยมาให้เปิดตัวหรอก" ขอบคุณเพื่อนๆทุกคน ที่ซี้กันสุดๆที่เชิญมา จิ โดม เอก หอย โป้ง นิกนัน อ๋อม โดยเฉพาะหอยที่มารอตั้งเเต่บ่ายสองเเละก็กลับไปเป้นคนสุดท้ายตอนเที่ยงคืนกว่าๆ ขอบคุณเพื่อนคนอื่นที่ไม่ได้มาในวันนี้เเต่ก็ยังฝากคําอวยพรดีๆมาให้ตลอด เเละที่ขาดไม่ได้ พ่อกับเเม่ ขอบคุณมากจริงๆที่ทําให้เกิดงานนี้ขึ้นมา ปีที่ผ่านมาเหมือนทําอะไรเเล้วมีอุปสรรคตลอดเลย มีปัญหาไม่ขาดสาย ต่อไปคงดีขึ้นนะ วันนี้เป็นวันเกิดเเม่ด้วย โปสกับเพื่อนๆก็ยังมีเซอไพร้นําพวงมาลัยมาไหว้พ่อกับเเม่ สร้างความประทับใจให้ทุกคนมากเลย เเม่บอกว่าอายุ18เเล้วนะ ให้ทําเพื่อเเม่บ้าง โปสทําเพื่อคนอื่นมาเยอะเเล้วก็อยากให้ทําเพื่อตัวเองเเละครอบครัวบ้าง โปสก้จะจําไว้นะ โปสจะทําเพื่อเเม่เเละครอบครัวเรานะ วันข้างหน้าโปสต้องซื้อบ้านให้เเม่ได้เเน่ โปสสัญญา
......จากใจเลยนะ...โคตรมึนเลยอะตอนนี้ ไปนอนก่อนนะดึกมากเเล้ว..เบลอๆเเล้วล่ะ......บ๊ายบายจุ๊บๆทุกคนนะ.....
...............วันนี้มีความสุขที่สุดในชีวิตวันนึงเลยล่ะ..........ขอบคุณจริงๆ........... June 08 จากพี่โปสถึงน้องปลั๊ก 3มิถุนายน 2550 ป๊าโทรมาบอกว่าปลั๊กเสียเเล้ว ...หัวใจพี่โปสเเทบจะหล่นไปอยู่ตรงตะตุ่ม ทําอะไรไม่ถูก เราโตมาด้วยกันนะ พี่โปสเกิดมาได้2เดือน อากงก็เอาเรามาเลี้ยงด้วยกันจนโตเข้า รร ได้ เราดูเเลกันเสมอ นอนด้วยกัน ช่วยเหลือกันมาตลอด พี่โปสเสียใจมากที่ปลั๊กจากพี่โปสไปอย่างไม่มีวันกลับ อายุของปลั๊กยังน้อย น้อยมากๆ
ปลั๊กยังเหลือหลายสิ่งหลายอย่างที่ปลั๊กยังไม่ได้ทํา ปลั๊กยังเรียนไม่จบ ยังไม่ได้บวชทดเเทนบุญคุณพ่อเเม่
เเต่ปลั๊กมาด่วนจากทุกคนไปเเบบนี้ จะให้ทําใจยอมรับได้อย่างไร วันที่โรงพยาบาลโทรศัพท์มาบอกว่าปลั๊กได้รับอุบัติเหตุรู้มั้ยว่าโกลักษ์ อาเตี๋ย เเละอาม่าไปดูปลั๊กที่ โรงพยาบาลเเล้วรู้ว่าปลั๊กเสียชีวิตเเล้ว
ทุกคนอาการร่อเเร่มากเลยรู้มั้ย
ปลั๊กเป็นหัวใจของโกลักษ์นะ พี่โปสก็รู้สึกเเย่มากเลยรู้มั้ย เป็นห่วงปลั๊กว่าปลั๊กจะไปอยู่ที่ไหน เป็นอย่างไร รู้รึยังว่าตัวเองตายเเล้ว พี่โปสเห็นรูปงานศพปลั๊ก พี่โปสกลั้นที่จะไม่ให้น้ำตามันไหลออกมาไม่ได้ พี่โปสไม่คิดว่าวันพรุ่งนี้พี่โปสจะไม่ได้เห็นหน้าปลั๊กอีกเเล้ว จะไม่ได้เห็นปลั๊กเบิ้ลรถเสียงดังๆ ยกล้อ เเละไม่ได้เห็นรอยสักที่หลังปลั๊กอีกต่อไป
ถึงเเม้พ่อกับเเม่เราสองคนจะไม่ถูกกัน เเต่เรามองหน้ากันก็รู้เเล้วว่าอะไรเป็นอะไร เรารู้ใจกันเเละกันเสมอ ปลั๊กจําได้มั้ยที่ตอนเล็กๆเราโดนอากงตีด้วยกันบ่อยครั้ง เราเดินไปกลับโรงเรียนด้วยกันทุกวัน เวลาว่างเราไปดูหนัง เดินห้างหรือไปว่ายน้ำด้วยกันสองคนพี่น้อง พี่โปสรักปลั๊กไม่ต่างจากน้องเเท้ๆของพี่โปสเลย บางทีอาจรักมากกว่าป๊อปซะอีก เพราะอะไรล่ะ เพราะเราถูกเลี้ยงมาด้วยกันน่ะสิ อย่างน้อยครึ่งชีวิตของปลั๊ก8ปีเราก็อยู่ด้วยกันมา พออากงเสียเราถึงเเยกจากกันคนละบ้านไปอยู่กะพ่อเเละเเม่ของเราเอง เเต่เราก็ไปมาหาสู่กันเสมอ พี่โปสจําได้ตอนที่พี่โปสย้ายบ้านมาใหม่ๆ บ้านพี่โปสยังไม่มีเเอร์ ยุงก็เยอะต้องนอนมุ้ง ปลั๊กยังอุตส่ามานอนเป็นเพื่อนพี่โปส จําได้มั้ย
เรานอนคุยกันทั้งคืนเลย เราเล่นเกาหลังกันกว่าจะนอนก็เช้า ตอนน้าเเอนไม่อยู่บ้าน ปลั๊กก็มานั่งรอน้าเเอนเป็นเพื่อนพี่โปสที่หน้าบ้านทั้งที่ยุงก็เยอะก็ยังมานั่งตบยุงกันหน้าบ้าน จําได้มั้ยตอนที่พี่โปสเข้าม1ทวีธาได้ เราดีใจกันสุดๆ ปลั๊กมาวิ่งเเก้บนเป็นเพื่อนพี่โปสคนละ10รอบสนามทวีธาเพื่อให้ได้20รอบที่บนไว้ ปลั๊กน่ารักมากเลยรู้มั้ย ตั้งเเต่เล็กจนโต ปลั๊กสนิทกะพี่โปสมากที่สุด จําตอนที่พวกเราบวชให้อากงได้มั้ย เณรน้อย4รูป โปส ปลั๊ก ปั้น ชาโน
พวกเราวิ่งเล่นกันผ้าเหลืองปลิวว่อนเลยใช่มั้ย เราจูงศพอากงขึ้นเมรุเผาศพด้วยกัน เเต่พี่โปสไม่นึกว่าอีกไม่ถึง10ปีต่อมา พี่โปสจะเป็นคนจูงปลั๊กขึ้นเมรุ ที่ๆเราเคยจูงอากงขึ้นด้วยกัน พี่โปสร้องไห้จนน้ำตาจะไม่มีให้ไหลเเล้วนะ
บางทีพี่โปสยังคิดว่าปลั๊กยังมีชีวิตอยู่กะพี่โปสอยู่เลย พี่โปสรอให้ปลั๊กมาหานะ มีเรื่องจะคุยกะปลั๊กมากมายไม่รู้จบ
ก่อนที่ปลั๊กจะเสียเดือนนึง ปลั๊กเห็นพี่โปสเล่นกีต้าอยู่กะจิ๊บ ปลั๊กยังอุตส่าไปซื้อเบียร์มาเลี้ยงพี่โปสเลย เเต่พี่โปสกินไม่เป็น เลยไม่ได้กินกะปลั๊ก พี่โปสเอากีต้าให้ปลั๊กเล่น ปลั๊กเล่นเป็นอยู่เพลงเดียวคือเพลง"ไหนว่าจะไม่หลอกกัน"ของซิลลี่ฟูล พี่โปสยังหัวเราะปลั๊กอยู่เลยว่าเล่นกี่ทีก็เล่นเป็นอยุ่เพลงเดียว ปลั๊กบอกพี่โปสว่ามีหญิงเยอะก็มาเเบ่งปลั๊กมั่ง จริงๆเเล้วปลั๊กต่างหากมีเยอะกว่าพี่โปสซะอีก พี่โปสยังไม่มีเเฟนเลยด้วยซ้ำ เเต่ปลั๊กมีตั้งหลายคนเเหน่ะ
เพราะว่าปลั๊กน่ารักไงล่ะ ปลั๊กเป็นคนดี ถ้าเราทั้ง2ยังอยู่กับอากงด้วยกันอยู่ ชีวิตปลั๊กอาจจะไม่จบเร็วเเบบนี้ ช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันน้อยมากจริงๆปลั๊ก ปลั๊กอาจจะอยู่ต่อได้อีก60-70ปีเป็นอย่างน้อยถ้าปลั๊กไม่มีรถมอเตอร์ไซขับเล่น พี่โปสเชื่อว่าปลั๊กเป็นคนดีได้ ต่อไปในภายภาคหน้าถ้าปลั๊กเติบโต ปลั๊กจะยิ่งใหญ่ เพราะความสามารถที่ปลั๊กมี ปลั๊กอาจไม่ได้เรียนเก่งกว่าพี่โปสเเต่ปลั๊กหัวดีกว่าพี่โปสเเน่ๆ ปลั๊กทําได้ทุกอย่างเลยนะ ตอนที่เราเข้าบ้านไม่ได้ปลั๊กก็เอาไม้เเขวนเสื้อมาเเงะจนประตูเปิดได้ ปลั๊กทําคุณประโยชน์ให้มูลนิธิ ปลั๊กช่วยงานมูลนิธิโดยไม่ได้เงินตอบเเทนเลยซักบาท เเต่ปลั๊กก็ทํา ในขณะที่พี่โปสไม่มีความกล้าเลยซักนิดที่จะเก็บศพช่วยมูลนิธิอะไรนั่นเหมือนอย่างปลั๊ก พี่โปสทําอะไรไม่ค่อยเป็นซักอย่าง พี่โปสไม่กล้าที่จะขี่มอเตอร์ไซอย่างปลั๊ก พี่โปสปอดเเหก ตั้งเเต่เล็กจนโตปลั๊กใจถึงตลอด ตอนเล็กๆพี่โปสไม่กล้าลงน้ำทะเลเเต่ปลั๊กกล้า มีเเมวมาตายข้างบ้าน ไม่มีใครมาเก็บปลั๊กก็อุตส่าเก็บไปโดยไม่รังเกลียดซักนิด พี่โปสเสียดายที่ต้องเสียบุคคลเเห่งอนาคตคนหนึ่งไปอย่างรวดเร็ว งานศพปลั๊ก เพื่อนปลั๊กมาเยอะเเยะเลยนะ เจ๋เจ้กะน้องปั้นก็มา พี่ฝนก็มา พี่ฝนชมพี่โปสด้วยว่าโตมาเเล้วหล่อเป็นดาราได้เลย ทั้งที่ตอนเล็กพี่โปสขี้เหล่จะตายเเต่ปลั๊กเป็นเด็กที่น่ารักมาก พี่โปสเสียดายที่เค้ายังไม่เห็นปลั๊กตอนโตเลย จําได้มั้ยตอนประถมเราเรียนตีเเบดด้วยกัน พอตีเสร็จเราก็มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวกันทุกอาทิตย์คนละ3-4ชามกะน้องปั้นด้วย พี่โปสอยากให้ปลั๊กไปสู่สุขตินะ พี่โปสบวชให้ปลั๊กเเละนะ ปกป้องก็ด้วย น้องก็บวชให้ปลั๊ก น้องซนมากๆเลย ผ้าเหลืองหลุดทั้งวัน เหมือนเราตอนเล็กๆไงปลั๊ก พี่โปสบอกเพื่อนพี่โปสทุกคนเลยนะว่าน้องชายคนโตของพี่โปสคนเนี้ย เเม่งเจ๋งที่สุดที่เคยเจอเเล้วล่ะ ปลั๊กรู้มั้ยว่าพ่อกะเเม่ปลั๊กมาคุยกะพ่อเเม่พี่โปสเเละนะ พี่โปสดีใจนะที่เค้าคุยกันเหมือนเดิมเเล้ว พี่โปสเเต่งเพลงให้ปลั๊กด้วยนะ เพื่อนพี่โปสบอกว่าเพราะดี ทั้งที่ก่อนหน้านี้พี่โปสเเต่งไม่ได้เรื่องตลอด เพื่อนถามว่าพี่โปสไปเรียนเเต่งเพลงมารึเปล่า เเต่จริงๆเเล้วพี่โปสอยากถ่ายทอดความทรงจําของเราออกมาเป็นท่วงทํานองให้มากที่สุด พอเสร็จดีเมื่อไหร่ พี่โปสจะเอาไปเล่นไปร้องให้โกลักษ์กะอาม่าฟัง เค้าคงดีใจนะ พี่โปสก็อยากให้ปลั๊กรับรู้ด้วย อยู่บนฟ้าก็นึกถึงกันมั่งนะปลั๊กนะ ต่อไปนี้คงมีเเต่รูปถ่ายที่จะทําให้พี่โปสเห็นหน้าปลั๊ก เเต่ให้ตายสิ มีเเต่รูปเราถ่ายด้วยกันตอนเล็กๆทั้งนั้นเลย นี่ไม่มีรูปที่เราถ่ายด้วยกันตอนโตเลยหรือนี่ เเต่พี่โปสก็จะไม่ลืมปลั๊กนะ ไม่มีวันลืม เป็นกําลังใจให้พี่โปสด้วยละกัน ในวันข้างหน้าพี่โปสคงโดดเดี่ยวเเค่ไหนเมื่อไม่มีน้องชายคนสนิทที่คอยร่วมฝันกันไปสู่จุดหมาย ไปสบายๆนะปลั๊กนะ หลับให้สบาย สักวันเราคงได้พอกันใหม่ ในอีกหลายสิบปีข้างหน้าถ้าวันนึงพี่โปสตายเเล้วปลั๊กยังรอพี่โปสอยู่ เราคงได้พบกันอีกนะน้องรัก...
พี่โปสจะไม่ลืมว่าปลั๊กเป็นน้องที่พี่โปสรักมากที่สุดคนนึง ปลั๊กสําคัญกับพี่โปสที่สุดคนนึงในชีวิต เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของกันเเละกัน ความทรงจําดีๆที่เราผ่านมันมาพี่โปสจะไม่ลืม พี่โปสจะนึกถึงปลั๊กเสมอ เเละปลั๊กจะอยู่กะพี่โปสตลอดไป จนวันสุดท้ายของชีวิต ()*อาลัยรักน้องปลั๊ก คงสกล โทรทัศน์กุล*()รักน้องตลอดไป.. June 01 นิดนึงพอนะม.6เเล้วยังไม่มีเเฟนเลยไอซ้าดด...ทําไมกูเป็นงี้
เปิดเทอมมาได้เกือบเดือนเเละเเต่ความขี้เกียจมันยังออกไม่หมดเลยวุ้ย
เปิดเทอมเเรกๆไปเรียน ห้องเรียนมันดูเหมือนห้องนอนยังไงก็ไม่รู้ว่ะ เเต่ละคนเรียนเป็นหลับ
โดยเฉพาะคณิตศาสตร์คงจะเป็นวิชาโปรดของใครหลายๆคน..โปสก็1เเละ...
ก็ลมมันเย็นนิหว่า
อาจารย์บอกว่าหลับยังดีกว่าคุยในห้องก็เลยปล่อยให้หลับน้ำลายยืดซะเลย
ตอนเช้ากว่าจะตื่นได้เเม่ต้องเอาเท้าเขี่ยเเทบเเย่กว่าจะลุกขึ้นมาได้
เเอร์เย็นๆไม่อยากลุก
"5นะทีนะอาม๊ะ" เหอะๆไม่มีวันไหนที่ไม่ทดเวลา ถ้าไม่ทดเวลาก้อคงเเปลก
เทอมนี้เเม่บอกว่าจะไม่มีการไปโรงเรียนสายอีก
เเต่ว่าตั้งเเต่เปิดเทอมมาไปทันเข้าเเถวเเค่ครั้งเดียวเอง นี่ปีสุดท้ายเเละก็ยังอยากจะปรับปรุงตัวอยู่
อาจารย์ศรีวิลัยคงปวดหัวสุดๆ(ถ้ากูสายทั้งเทอมสงสัยสีจะทนไม่ได้เเน่55)
ก็คงเป็นเรื่องเดียวเเหละที่ควรปรับปรุง อย่างอื่นคงไม่ต้องปรับ
รู้สึกกับใครยังไงก็เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน เเต่ไม่เคยบอกให้รู้เท่านั้นเอง(คงจะรู้ดีอยู่เเล้วล่ะ)
เพื่อนก้ยังเป็นเพื่อนเหมือนเดิม
ทุกวันศุกร์ที่ไม่มีเรียนรด ก็มีโปรเเกรมไปดูหนังกันตลอด
วันนี้ก็ไปดูเท่งโหน่ง
ฮาโคตรๆ เเต่ต่อไปคงต้องหยุดเก็บตังก่อนเพราะเเม่สั่งให้ใช้เงินให้ประหยัดที่สุด
ไอหนุ่มยืมตังไปพันเเปดก็ยังไม่คืนเลยว่ะ เงินในบัญชีก็มีไม่เยอะเหมือนเก่าเเละ
นี่กูสิ้นเปลืองเเบบนี้มานานเท่าไหร่เเละเนี่ย จะถอยมือถือเครื่องใหม่ก็ตังไม่ถึงซักที
เครื่องเก่าที่ใช้อยู่ก็ห๊วยห่วยไม่ค่อยได้ยิน
ปีนี้ไม่รู้จะเอ็นติดธรรมศาสตร์รึเปล่าวะนี่ ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก
ไม่ติดก็ไม่เป็นไร ถ้าไม่ติดก็ไปเข้าวิทยาลัยดุสิตธานีโน่น ไกลบ้านดี
อยากจะเรียนการโรงเเรม อย่างน้อยจบมาก็มีคนฝากเข้างานล่ะวะ
เเล้วศุกร์หน้ามอบตัว รด ต้องตัดผมไปมั้ยนี่ (ไม่ตัดดีกว่านะ ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า)
ส่วนโป้งยังไงก็เสียใจกับการจากไปของป๊ะป๋าด้วยนะ
เเต่ดูมึงไม่ค่อยออกอาการเท่าไหร่เลยนะ มาโรงเรียนนั่งยิ้มทั้งวันอีกบ้าไปเเล้วเเน่ๆ
วันนี้ก็กระเเดะไปวันเกิดไอบอลที่สยามอีกไม่มีชวนกันเลย
วันเกิดกูเดือนกรกฎาจะไปจัดที่ร้านคาราโอเกะนะ จะไปกันได้มั้ยวะเเต่ละคน
เเต่ยังไงเราก็เพื่อนซี้กันนิ
รายได้ในครอบครัวมึงมาจากพ่อคนเดียวเลยนิ ทีนี้ก็ต้องประหยัดเเละนะมึงอะ
คติของเราที่บอกว่า"เสียตังไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้"ก็เอามาใช้ไม่ได้เเละ
มึงคงจะเสียหน้าบ่อยเเน่ๆต่อไปนี้55+กูก้จะพยายามเสียหน้าเป็นเพื่อนมึงเเละกัน
ยังไงปีนี้กูก็ไม่ทิ้งมึงอยู่เเล้ว งานกลุ่มกูทําคนเดียวก็ได้เพราะมันก็เป็นคะเเนนกูเหมือนกัน
ให้มึงไปจัดการเรื่องครอบครัวให้เสร็จซะก่อน
ตอนนี้ก็ทําเสร็จเเล้วล่ะงานธุรกิจอะ เหลือเเต่ให้มึงไปพรีเซ็นกะอาจารย์ด้วยละกัน
(ไม่รู้เป็นไรช่วงนี้เหนื่อยโคดๆ ซ้ำยังมาเห็นภาพเเมวเหมียวโดนรถฆาตรกรรมกลางถนนอีก)
เป็นครั้งที่3เเล้วนะ เป็นเเมวท้องอีก
อะไรๆทําไมดูเเย่ไปหมด
เเต่ก็ยังอยากจะเห็นอะไรๆที่มันดูเป็นความสุขบ้างอะนะช่วงนี้ ..ซักนิดนึงพอ...
May 09 Kool kohchang อยากให้อ่านนะ อ่านจบเก่ง
ได้มีโอกาสมา Reraxที่นี่อีกครั้ง "เกาะช้าง"เกาะที่ใหญ่รองลงมาจากเกาะภูเก็ตนั่นเอง ความจริงน่าจะมาถึงเกาะนี่ตั้งเเต่วันศุกร์ที่4เเล้วล่ะเเต่บังเอิญไอเเก่คันเก่าของป๊าดันมาเสียซะก่อน กลัวจะไปไม่ถึงเกาะก็เลยต้องไปเปลี่ยนช่วงล่างรถซะก่อน
ก็เลยถือโอกาสพาไอน้องป็อปไปดูไอ้เเมงมุมกะไอจิซะเลย โห!คนดูโคดเยอะเลยทุกโรงอะกว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เกือบตี1เลย
(ดูรอบ3ทุ่ม)โดนเเม่ว่าเลยเพราะน้องไปด้วย กลับมาเล่นคอมรีดผ้า ต2ครึ่งพ่อก้ตื่นเเละกว่าจะออกรถก็เกือบตี5
ถนนหนทางสวยมากๆจิงๆ มีต้นยางปลูกเต็มไปหมด2ข้างทาง มาถึงท่าเรือตอนเที่ยงต้องรออีก2ชั่วโมงกว่าจะได้ลงเรือเเหนะ
นักท่องเที่ยวเต็มไปหมด ร้อนก็ร้อน โปสเหลือเเค่บ็อกเซ่อร์ตัวเดียวอะ เพราะปิดเเอร์เอา เปลืองน้ำมัน
ขึ้นถึงเกาะก็บึ่งรถไปบ้านน้าวิ(น้าวิก็คือเพื่อนของเเม่สมัยที่ทํางานด้วยกันตอนโปสยังเเบเบาะนู้นเเหละ)
มาถึงน้าวิก็พาไปกินอาหารที่บ้านลุงฝรั่ง ไม่เเน่ใจว่าลุงฝรั่งชื่อ"มาซี"รึเปล่า เป็นชาวสวิตหนีบ้านมาอยู่เกาะช้างกะภรรยา
บ้านของเเกอยู่ติดกะคลองสน 1ในคลองที่ไหลผ่านรอบเกาะ ป๊าบอกว่าเเกรับอุบัติเหตุเเล้วความจําเสื่อม รัฐบาลประเทศเเกก็เลยให้เงินค่าดูเเลเดือนละ90000บาทเเล้วมาภายหลังเเกดันหายดีเลยมาซื้อที่ดินที่เกาะช้างอยู่ ตรงริมคลองสนนี่เอง
ตอนเย็นๆยุ่งก็เย้อเยอะตัวเบอเร่อไม่รู้เป็นยุงป่าหรือไร ทุ่มสองทุ่มน้าวิพาไปพักที่บังกะโลริมหาดของน้าวิ ทางลงไปบังกะโลอะนะต้องบอกเลยว่าโหดจริงๆให้เด็กกรุงเทพอย่างเรามาขับล่ะก็ไปไม่เป็นอะ ถนนบนเกาะยิ่งกว่าอีกมีโค้งหักศอกนับไม่ถ้วน
อาจจะเป็นเส้นทางปราบเซียนเลยล่ะ คนขับต้องใช้เกียร์เก่งมากจิงๆคือใช้เกียร์1กะ2เยอะที่สุดล่ะ
ไอเเก่คันเก่าของป๊าหมดสิทธิ์ต้องใช้กระบะของลุงพัน(สามีน้าวิ)ขับกันมา พอถึงทางโค้งจะลงบังกะโลเห็นลุงพันบีบเเตรถด้วยตรงทางโค้งพอดี ทั้งที่ไม่มีรถคันอื่นขับมาเลย สายตาก็พลันไปเห็นศาลพระภูมิอยุ่บนเขาตรงนั้นพอดีก็เลยยกมือไหว้ซะหน่อย
ไอทางลงไปรีสอร์ทก็สุดเเสนทรหด ไฟซักดวงก็ไม่มีต้องลงไปสัก600เมตรกว่าจะถึง นี่ยังดีนะที่มีรถลงไปถ้าเดินล่ะก็เผลอๆผีจะหลอกเอา หรือไม่ถ้าโดนฉุดไปไม่มีใครช่วยได้เเน่ๆ ตลอดทางเป็นเนินดินประมาณ70-80องศาเลยทีเดียว มีทางโค้งตลอด
ต้องเลี้ยงเบรกเเละเกียร์ดีๆถึงจะลงไปได้ ขนาดนั่งเฉยๆยังเสียวเลย ฝนก็ตกเปียกไปหมด
ลงมาถึงหาดทรายขาวถือสําภาระลงที่พักกว่าจะถึงก็โดนน้ำสาดไปครึ่งตัวเพราะน้ำทะเลขึ้นสูงมากเเล้วก็เเรงมากซะด้วยซิ
พอถึงที่พักก็เปียกไปครึ่งตัวเเละ
เเต่มาคราวนี้บังกะโลของน้าวิได้ทําใหม่หมดเเละ ดูทันสมัยน่าพักกว่าเมื่อก่อนเยอะ จากเมื่อก่อนประตูห้องน้ำยังไม่มีเลย
เเต่ตอนนี้อะไรๆก็เปลี่ยนไปหมดตามกาลเวลา ห้องที่เคยอยู่ก็ทําให้กว้างเเละมีระเบียงออกไปนอกทะเลทุกห้องเลย
อากาศก็ดี ตั้งอยู่บนเขาอยู่เตี้ยๆไม่สูงมาก
ลุงพันเลือกห้องที่ดีที่สุดเเละขายดีที่สุดให้เราพัก โดยมีเตียงคู่2เตียง เเหมนอนพอดี4คนเลย
เเละเราก็พบกับเเม่บ้านที่นี้ก็คือ"ป้าโอ๊ะ"ซึ่งก็เป็นเพื่อนกับเเม่สมัยที่ยังทํางานด้วยกันเมื่อก่อนโน้นอีกนั่นเเหละ
ป้าโอ๊ะเตรียมจัดห้องให้เราอย่างดีเเละจัดเตรียมอาหารให้เรากินกัน อาหารของโปสที่นี่ก็คือกระเพราหมูสับราดข้าวนี่เอง
กินเหมือนที่บ้านเลย เหอะๆ ไม่รู้ล่ะเอาง่ายๆไว้ก่อนเกรงใจป้าโอ๊ะเเก ต่อด้วยโอวัลตินร้อนๆซักถ้วย ยังไม่ลืมที่จะหามุมนั่งอ่านหนังสือซักเเป๊ปก่อนเข้านอน 3ทุ่มครึ่งจิงๆไม่ใช่เวลานอนของโปสซักเท่าไหร่เเต่ไม่ได้ออนมา2วันเเละ
ก่อนนอนปีตกใจทําไมนอนเร็วก็เลยถามว่า
"ทีอยู่บ้านไม่เห็นนอนเลยนะ"
"ก็มันไม่ไหวนี่ป๊า"
ก็ตอบกลับไปอย่างซะลืมซะลืออะนะ
"เเล้วไม่คุยโทรศัพท์หาเเฟนรึไง"
โปสก็เงียบเเล้วก็ตอบกลับไปอย่างซะลึมซะลืออีกน่ะเเหละว่า
"ไม่มีเเฟน"
ป๊าทําหน้างงๆเหมือนไม่เชื่อว่ะว่าโปสไม่มีเเฟน
ตัวเองยังเอาไม่ค่อยรอดเลยยังจะมีหน้าไปมีเเฟนได้ไงวะ ..มีเเต่คนที่คิดถึงอะ..555+
หลับไปซักพักก็ตื่นขึ้นมาตอนตี3ครึ่ง คงพะวงนอนไม่หลับน่ะเเหละ ต่างบ้านต่างเมือง
ออกมานั่งริมระเบียงคนเดียวดูคลื่นกระทบโขดหินที่อยู่ตรงหน้าบังกะโลทั้ง4ก้อนพอดี มีสายฝนโปรยปรายลงมาพร้อมกะเสียงฟ้าร้องฟ้าเเล่บอีก น่ากลัวดีเเท้ เด๋วมีใครไม่รู้มานั่งเป็นเพื่อนล่ะซวยเเย่เลย ว่าเเล้วก็ต้องรีบเข้าไปนอน กว่าจะตื่นอีกทีก็10โมงสายๆของอีกวันเลย อากาศดีมั่กๆ ฝนก็ยังตกไม่จางหายชื่นฉําเเต่เช้าเลย
มื้อเเรกของวันนี้ก็คือกระเพราหมูสับราดข้าวอีกน่ะเหละ ฝีมือป้าโอ๊ะเอง อ่านหนังสือรอฝนหยุดซักพักก็ลงไปเล่นน้ำทะเลข้างล่าง เดินไปเดินมามองทะเลที่อยู่รอบๆ บางที่ก็เเต่งเติมซะจนเหมือนศาลเจ้าไปหมดไม่น่าเรียกว่าที่พักเเต่บางที่ก็ดูสงบร่มรื่นดี
เหลือบไปเห็นถนนที่อยู่บนเขาก็กะว่าจะเอากล้องวีดีโอมาถ่ายไปให้เพื่อนอิจฉาเล่นซะหน่อย
เดินกลับมายังชายหาดหน้าบังกะโลก็เห้นป๊า ม๊า น้องเเละป้าโอ๊ะลงมาเล่นน้ำกันอยู่ โปสไม่รอช้าที่จะวิ่งลงไปเล่นกับเค้า
ต้องยอมรับจริงๆว่าทะเลที่นี่ตอนนี้คลื่นเเรงมากเเละก็ลึกกว่าบางเเสนหรือพัทยามาก ป้าโอ๊ะบอกว่า
"พอเริ่มเข้าหน้าฝนน้ำทะเลก็ขุ่นเเละเเรงเเบบนี้เเหละ"
เล่นน้ำซักพักฝนก็ตกลงมาอีกเเละ ต้องรีบขึ้นเด๋วจะไม่สบายเอา บ่ายๆลุงพันก็ลงมารับจะพาไปทําอัไรกินกันที่บ้านลุงฝรั่ง
ตลอดทางมีฝนโปรยลงมาตลอดทางด้วย มีทะเลหมอกลอยอยู่ทั้งใกล้เเละไกล
พอมาถึงบ้านลุงฝรั่งเชื่อมั้ยว่าคลองสนที่เห็นเมื่อวานนี้ วันนี้มันมีน้ำไหลเต็มไปหมดเเละกลายเป็นน้ำตกเล็กๆดีๆนี่เอง
เพราะเมื่อคืนฝนมันตก มาถึงนี่ผู้ใหย่เค้าทําส้มตําปราร้ากินกัน เด็กๆอย่างเราๆหมดสิทธิ์ได้เเต่ปลอกเงาะกินไปเรื่อยๆ
ช่วงบ่ายๆกล้องก็มาพังซะอีกยังไม่ได้ถ่ายรูปอะไรกันเลยเเบตก็ไหม้ซะเเละ ก่อนมาmp4ก็พังไปอันนึงเเละ
พวกผู้ใหญ่ก็นั่งจั่วไพ่กันสนุกสนานไม่สนเด็กๆเลยกว่าจะกลับที่พักก็2-3ทุ่มเข้าไปเเละ คราวนี้รู้สึกน้ำจะขึ้นมากกว่าเดิมอีก
ในขณะที่เเม่กะป้าโอ๊ะทําอาหารกินนั้นโปสก็เเอบหนีออกไปเพื่อจะไปเดินเล่นที่ถนนหน้าหาดทรายขาว
กว่าจะออกมาได้ต้องโดนน้ำพัดจนเปียกไปครึ่งตัวเเหนะกว่าจะถึงริมถนนเจอเซเว่นก่อน จําได้ที่มาครั้งที่เเล้วมีเซเว่นเเค่ที่เดียวเอง เเต่มาคราวนี้ที่เห็นๆก็4-5ที่เเล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก มีผับเเละร้านอาหารหลายเเห่ง ร้านเน็ตก็มีเเต่เเพงหน่อยชั่วโมงละ40 ยังไม่ลืมที่จะเเวะกดATMมาซื้อหนมไปกินตอนดึก(เหมือนจะมีเยอะ)ก็ได้โรตีกะไส้กรอกทอดมากิน
ผู้คนเดินพลุกพล่านดีเเท้ มีคนกรุงเทพเยอะเเยะไปหมด สังเกตุได้จากหน้าตาเเละการเเต่งกาย
ขากลับก็เปียกอีกละทั้งคนทั้งของกิน ถ้าไม่มัดใส่ถุงไว้ก็ไปหมดอะ
มาถึงบังกะโลเห็นเเม่ชะเง้อมองหาอยู่ด้วยสายตาที่เป็นห่วง สงสัยกลัวลูกชายโดนน้ำพัดหายไปเเน่ๆเลยเหอะๆ
น่าเสียดายที่ไม่มีเพื่อนฝูงมาด้วย ไม่งั้นก็คงหนุกกว่านี้เเละคงจะได้ไปเที่ยวผับกัน ผับที่นี่มีเเต่ฝรั่ง ค่าหัวคงเเพงน่าดู
จิงๆวันนี้เป็นวันมอบตัวที่โรงเรียนน่ะเเหละเเต่โปสห่วงเที่ยวมากกว่าเลยเบี้ยวมอบตัว ค่อยมอบตอนเปิดเทอมกะ ผอ.เเละกัน
พร้อมกะเพื่อนร่วมห้องอีกเยอะพอสมควรด้วยเหตุผลเดียวกันว่า"ไม่อยากตัดผม"เเต่โปสตัดมาก่อนเเล้วล่ะ
เเต่ก้ยังยาวอยู่ดีอิอิ(ทรงเดียวกะไมเคิลคาริคอะนึกภาพกันเอา)อาบน้ำอาบท่าเสดก็ไม่ลืมถามป้าโอ๊ะว่ากระเพราหมูสับโปสล่ะ
ป้าโอ๊ะยิ้มๆเเล้วรีบไปทําให้อย่างเร่งด่วน
พออป้าโอ๊ะจะเข้านอนโปสกะป๊าต้องยกของกินเข้ามากินกันในที่พักเพราะจะรบกวนป้าเเก
พอดีนานๆมาเที่ยวทีก็นั่งกระดกรีเจนซี่เป็นเพื่อนป๊าซะเลยความจิงกินไม่เก่งอะเเต่อยากกินบ้างจะได้ไม่อายครัย
ดื่มกันซักพักก็นึกไรไม่รู้คุยกะป๊ะไปเรื่อย
โปส: ป๊า!โปสยังเที่ยวไม่อิ่มเลยเด๋วพรุ่งนี้ก็กลับไปใช้ชีวิตเเบเดิมๆเเละ ป๊าว่ามั้ยว่าความสุขมักอยู่กับเราไม่นาน เเล้วป๊าจะอยู่กับโปสอีกกี่ปีล่ะ
ป๊ะ: เเล้วเอ็งอยากให้ป๊ะอยู่ด้วยอีกกี่ปีล่ะ
โปส: งั้นป๊าให้โปสตายก่อนเเล้วกัน(โปสตอบอย่างไม่คิด)
ป๊า: ไม่เอาหรอก ป๊าอยู่กะเอ็งอีกไม่กี่ปีป๊าก็ไปเเละที่ป๊าเลิกบุหรี่เพราะป๊าอยากอยู่กับลูกนานๆนี่เเหละ
(คงไม่มีพ่อคนไหนอยากให้ลูกตายก่อนตัวเองหรอกนะ เเทนที่จะเห็นลูกประสบความสําเร็จในชีวิตข้างหน้าชองลูกมากกว่า)
ป๊ายิ้มๆเเล้วพูดกับโปส เชื่อมั้ยว่าน้ำตาเเทบไหลเลย
ป๊านั่งกับโปสซักพักก็ไปนอนเเละเหลือเเต่โปสนั่งกินอยู่คนเดียวริมระเบียงเลยไปหาCDมาเปิดเพลงเพราะๆฟังให้เข้ากะบรรยากาศซะเลย ยังไม่ลืมที่จะไปหากระดาษมาเขียนบันทึกซักหน่อย(ก็ที่อ่านกันอยู่นี่เเหละ)กะวาจะไม่หลับไม่นอนเลย
จะอยู่ยันเช้าดูความสวยงามของทะเลซะหน่อย นั่งคนเดียวก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยอีกนะเเหละ กลัวผีเหมือนกัน มีเจ้าเหมียวที่ป้าโอ๊ะเลี้ยงไว้อยู่เป็นเพื่อน มันชื่อ"คุณมารวย"เเมวผู้ดีที่นี่ มันคอยหาจิ้งจกกะเเมลงกินไปเรื่อย ไล่ก็ไม่ยอมไป อ้วนฉุเลย
ช่วงตี2-3น้ำเเรงมากเเละขึ้นสูงจริงๆ ตี4ยิ่งเเล้วใหญ่ ตลื่นกระเเซะกับโขดหินน้ำกระเซ็นมาถึงริมระเบียงเชียวล่ะ
ดึกๆเห็นมีชายหญิงกลุ่มนึงเดินลุยผ่านน้ำอยู่ข้างล่างเพื่อกลับที่พัก สงสัยจะไปเที่ยวผับกันมา เปียกกันไปตามๆกัน
มีฝนตกลงมาถึงเช้าเเล้วก็หยุดไป รอบๆตัวมีไฟอยู่4-5ดวงเท่านั้น ยังดีที่ไม่เจออะไรน่ากลัวเพราะอยู่คนเดียวก็หวั่นๆ
ตอนหัวค่ำก็ถามป้าโอ๊ะเหมือนกันว่าห้องพักที่นี่เค้าคิดราคายังไง ป้าเเกบอกว่าถ้าห้องที่เราพักอยู่ก็คืนละพัน ส่วนห้องอื้นๆก็400-800เเล้วเเต่ความสบายซึ่งก็ถือว่าไม่เเพงเพื่อเเลกกับความสุขที่ได้รับ เเต่น้าวิเค้าไม่คิดตังโปสเเน่ๆ อิอิ(เที่ยวฟรี)
ตอนเช้าก็มีฝรั่งเพิ่งออกไป เท่ากับว่าทั้งรีสอร์ทมีห้องโปสพักอยู่ห้องเดียวเองอิอิ น่าสนใจดีจัง
04.58น.น้ำทะเลเริ่มลงเเละ คลื่นที่ซัดเเรงๆเริ่มเบาตัวลงไม่ค่อยน่ากลัวเเล้วเเต่มีฝนตกลงเรื่อยๆเลย
นี่เเหละน๊ะมาช่วงต้นหน้าฝนก็เจอเเต่ฝนเนี่ยเเหละเเทนที่จะได้เห็นน้ำใสๆ
05.32น.เริ่มจะเห็นเเสงสว่างเเล้วล่ะ จากสีดําๆไม่เห็นอะไรเลยก็เปลี่ยนเป็นสีฟ้าเข้มเเละขาวตามลําดับ มีหมอกอยู่ไกลๆ
ช่วงตี5เเม่ตื่นมาเห็นยังไม่เข้านอนก็โดนว่าเหมือนกัน เค้าบอกทําอย่างกะไม่เคยเห้นน้ำทะเล
โปสก็ใส่หูฟังทําเป็นไม่รู้เรื่องเเหละนั่งจนเช้าจนได้ 05.47น.เห็นฝรั่งวิ่งออกกําลังกายรอบหาดเเต่เช้าเลย
มาสะดุดโขดหินข้างหน้าโปสพอดีด้วย ขําๆ
06.03น.ก็สว่างเต็มที่เเล้วล่ะ มองออกไปรอบๆสวยงามจริงๆยังไม่อยากกลับเลย
หกโมงนิดๆรู้สึกไม่ไหวเข้าไปนอนดีกว่ากว่าจะตื่นก็เที่ยงๆ คราวนี้ป้าโอ๊ะทําขนมปังเบคอน ไข่ดาวให้กินอร้อยอร่อย
เสดเเล้วลงไปเล่นน้ำเป็นเพื่อนป้าโอ๊ะกับน้องป็อป 3คนนอนเป็นปลาพะยูนเกยตื้นเลย น่ารักดีเหมือนกัน(ชมตัวเอง)
บ่ายๆหน่อยน้าวิก็มารับเเละเตรียมกลับบ้าน เเหมมาครั้งนี้ยังเที่ยวไม่ครบเลย มาคราวก่อนได้ไปทั้งน้ำตกธารมะยมเเละหาดบางเบ้าด้วย มาคราวนี้อยู่เเต่ริมหาดทรายขาวกะคลองสนข้างบ้านลุงฝรั่ง เท่านั้น
น้าวิบอกว่าปีหน้ามาเที่ยวใหม่สิ ให้พาเพื่อนมาด้วยตอนจบม6 เพื่อสั่งลากัน โปสสัญญว่าจะพาเพื่อนมาถล่มเกาะเเน่ๆ
ตอนเราขนของจะออกก็มีฝรั่งคนนึงเพิ่งเข้ามาพักใหม่ด้วย เลยยังไม่ลืมที่จะโบกมือทักทายก่อนกลับซะหน่อย
เสดเเล้วไปนั่งเล่นบ้านน้าวิซักพักก็ลาลุงพัน น้าวิเเละป้าโอ๊ะ กลับกรุงเทพตอนบ่าย4โมง
ขับมาเรื่อยๆก็เเวะตลอดทางทั้งกินข้าวต้มที่ระยอง,เเวะงานถนนผลไม้ที่วังจัน ซื้อกลับมาบ้านเต็มเลยเพราะอยู่ใกล้สวน
ถูกมาก มังคุดโลละ8บาทเอง ตี1ป๊าขับมาถึงกรุงเทพเเละขึ้นทางด่วนพอถึงตรงที่เก็บค่าผ่านทางตรงคลองเตยเลยหยุดรถเพื่อที่จะหาเหรียญมาจ่ายค่าผ่านทางเเต่พอดีรถดับเฉยเลย ป๊าบอกว่าไฟรถชาร์จไม่เข้าต้องโทรเรียกหน่วยกู้ภัยทางด่วนมาช่วย
เเหม! ซักพักนึงมันเอารถลากมาเลย ป๊าลองซ่อมดูอีกทีก็สตาร์ทติดจนได้ คราวนี้กว่าจะถึงบ้านก็ตี2ครึ่ง
เหนื่อยสุดๆ หมดสภาพเลยล่ะ
เเล้วเพื่อนๆล่ะไปมอบตัวเป็นยังไงกันบ้าง ส่วนใหญ่หัวเกรียนเลยสิ
ไอจิบอกไม่มีให้ตัดยังโดนไล่ไปตัดอีกหรอวะ 55+
คิดถึงเพื่อนทุกคนนะเว่ย
ทั้งเเก็งค์เด็กนรกห้อง7 เเก็งเด็กBboyทั้งเพื่อนห้อง6เเละ7อีกหลายคนเลยนะ คิดถึงว่ะ อยากเปิดเทอมไวๆ
(ไอโมส ไออาร์ท ไอหนุ่ม ไอหอย ไอเเห้ว ไอหี ไอเตี้ย ไอเทียไอเบล ไอตุ้ย ไอตุ้ยโง่ ไอเพชร ไอโดม ไอจิ ไอโป้ง ไอเอก ไอฉี ไอจูน ไอวิน ไอเเคะ ไอใหญ่ ไอเอ็กซ์ ไอโม ไอโค้ก ไอบอล ไอเปา ไอนิกทั้ง2นิก ไอวาย ไอเบิร์ท ไออ๋อม ไอต้น ไอเเม็ก ไอโอเว่น)เเละอีกหลายคนกูคิดถึงพวกมึงนะเว่ย.... |
||||||||||||
|
|